Story

ภรรยา 4 คน

 

bed>


เศรษฐีผู้หนึ่ง ซึ่งมีภรรยาถึง 4 คน เขาจะรักคนไหนที่สุด???

...กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐีผู้หนึ่ง ซึ่งมีภรรยา 4 คน

เขารักภรรยาคนที่ 4 มากที่สุด
รองลงมา คือคนที่ 3, 2 และ 1 ตามลำดับ
ดั้งนั้นภรรยาคนที่ 4 ซึ่งเป็นคนล่าสุด สาวที่สุด จึงได้รับความเอาใจใส่ และให้ความสำคัญมากกว่าคนอื่นๆ


ต่อมา เมื่อเศรษฐีแก่ชราลง เขาอยากจะรู้ว่า ในบรรดาภรรยาทั้ง 4 คนนี้ ใครบ้างที่รักเขาจริง เศรษฐีเรียกภรรยาคนที่ 4 มาถามว่า

"นี่น้องพี่ อีกไม่นานพี่คงต้องตายจากไป หากพี่ตายไป พี่อยากจะชวนน้องไปอยู่อยู่ด้วย เพราะพี่รักน้องมากที่สุด น้องจะไปด้วยได้ไหม"

ภรรยาคนที่ 4 ก็ตอบว่า

"จะบ้าหรือพี่ มีใครที่ไหน ที่จะตามคนตายไป พี่ไปของพี่ก่อนเถอะนะ น้องไม่ไปด้วยหรอก"

เศรษฐผิดหวังอย่างหนัก เสียใจอย่างมากเมื่อได้รับคำตอบเช่นนั้น จึงหันไปถามภรรยาคนที่ 3 ด้วยคำถามเดียวกัน

ภรรยาคนที่ 3 ก็ตอบว่า

"พี่เป็นอะไรไป ถึงคนรักกันปานใด ก็ไม่มีใครยอมตายตามไปด้วยหรอก เชิญพี่ตายไปก่อนเถิดนะ"

เศรษฐีต้องเสียใจซ้ำสอง คิดว่าคนที่รักรองลงมาจะตายตามไปด้วย ก็ผิดหวังอีก จึงหันไปถามภรรยาคนที่ 2 ภรรยาคนที่ 2 ก็ตอบปฏิเสธในทำนองเดียวกัน ทำให้เศรษฐีผิดหวังมากยิ่งขึ้น

เขาจึงหันไปถามคนสุดท้าย ซึ่งเป็นภรรยาคนแรก ซึ่งเขาไม่ค่อยเอาใจใส่ดูแลนัก ทั้งไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าไหร่ จึงถามไปอย่างไม่คาดหวังอะไร

แต่ภรรยาคนที่ 1 กลับตอบว่า

"เราอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น ยามสุขก็สุขด้วยกัน ยามทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน จะทอดทิ้งกันได้อย่างไร ถ้าพี่ตายไป น้องก็จะขอตามไปด้วย"

ในที่สุด เศรษฐีจึงได้รู้ว่า ภรรยาคนแรก ซึ่งเขาไม่เคยให้ความสำคัญเลยนั้น กลับเป็นผู้ที่รักเขาอย่างจริงใจ และมีน้ำใจจะติดตามปรนนิบัติเขาไปทุกหนทุกแห่ง

ส่วนภรรยาผู้ที่เขาทุ่มเทความรักให้อย่างมากมาย กลับมิได้สนใจใยดีในตัวเขาเลย

.

.

.

.

.


ถึงตอนนี้แล้วลองคิดดูให้ดีสิว่า เศรษฐีผู้นี้คือใคร?

.

.

.

.

.

...แท้ที่จริงแล้ว เขามิใช่คนอื่นคนไกลเลย เขาคือ...ตัวเรานั่นเอง

เราทุกคน ต่างเปรียบได้กับเศรษฐีที่มีภรรยา 4 คน โดยที่...

ภรรยาคนที่ 1 คือ จิตใจ

ภรรยาคนที่ 2 คือ ร่างกาย

ภรรยาคนที่ 3 คือ บ้านเรือน สมบัติพัสถาน

ภรรยาคนที่ 4 คือ เสื้อผ้า เครื่องประดับ


เพราะฉะนั้น เลือกเอาเถิดว่าเราจะรักและเอาใจใส่ภรรยาคนไหนให้มากที่สุด

บางคนอาจจะเป็นเศรษฐี ผู้ซึ่งไม่รู้ว่าควรจะรักใคร ดังจะเห็นได้จาก...
บางคนมัวแต่เอาใจใส่ให้เวลากับเรื่องเสื้อผ้า เครื่องประดับ
บ้างก็มัวแต่เฝ้าหวงแหนทรัพย์ ดูแลบ้านเรือน สมบัติพัสถาน
บ้างก็มัวเฝ้าทะนุถนอมบำรุงรักษา แต่เพียงร่างกาย


โดยหารู้ไม่ว่า ตราบใดที่ยังไม่รู้จักวิธีการดูแลรักษาจิตใจที่ถูกต้อง ย่อมเปรียบได้กับเศรษฐีผู้มองข้ามภรรยาคนที่ควรจะรักมากที่สุดไป

แต่สำหรับผู้ที่หมั่นรักษาจิตใจนั้น

-จะทำให้รู้จักวิธีการใช้โลกียทรัพย์ เปลี่ยนเป็นอริยทรัพย์ ตัดความตระหนี่ด้วยการทำทาน
-นำร่างกายที่เกิดเป็นมนุษย์ รักษาศีลให้สมบูรณ์ เพื่อนำความไม่มีโรค ติดตัวไป
-และนำดวงปัญญาที่สว่างไสวไปด้วยการทำสมาธิ ทำใจหยุดใจนิ่ง สู่หนทางพ้นทุกข์
ย่อมจะเป็นทุน เป็นเสบียงที่จะนำความสุข ความสำเร็จให้บังเกิดขึ้นในอนาคตที่ยาวไกลได้


นี่คือชีวิตที่เราเลือกได้ ว่าจะทุ่มเทความรักให้กับสิ่งใด
ระหว่างของชั่วคราวอันน่าหลงใหล กับจิตใจซึ่งจะติดตามเราไปตลอดกาล

.

.

เรามาเริ่มต้นรักษาจิตใจของเรากันเถอะ ด้วยการทำหยุดทำนิ่งให้แก่ใจ โดยการนั่งสมาธิ

ใจของเราจะแข็งแกร่งขึ้นได้ด้วยการหยุดใจนิ่งเฉย ยิ่งใจว่างเปล่าปราศจากความคิดใดๆ ได้มากที่สุด(ขณะมีสติ) จะเป็นช่วงที่เราสามารถพิจารณาตัวเองได้มากขึ้นเท่านั้น ปล่อยใจสบายๆ ขณะทำสมาธิ ไม่ต้องไปคิดกังวลถึงเรื่องใด ๆ ขณะทำจิตให้สงบก็ตัดทุกสิ่งทุกอย่าง ความกังวลเรื่องการเรียน การงาน งานบ้าน ต่างๆ ให้สิ้นเสีย

ซึ่งต่างกับการดูแลร่างกาย ซึ่งยิ่งออกกำลังกายมากเท่าไหร่ร่างกายจะยิ่งแข็งแรง แข็งแกร่งขึ้น

ดังนั้น หากเรายิ่งหยุดนิ่งใจได้มาก ใจแข็งแรง นำมาสู่การสนทนาในเรื่องดีๆ ประพฤติดี พูดดี ทำดี หากทุกคนรอบข้างทำได้เช่นนี้ สังคมเราก็จะสงบสุขขึ้น เพราะเราจะได้ปัญญา อันเกิดจากสมาธิ สามารถสอนสั่งตนเองได้ ให้กระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ดีงาม สั่งสมบุญกุศลให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง

ได้อ่านเรื่องนี้จากอีเมล์ แล้วรู้สึกดีนะ ลองอ่านดูกันเลยนะ ...

ถึงคนที่แต่งงานแล้ว..และยังไม่ได้แต่ง
เรื่องนี้..เป็นเรื่องที่อ่านแล้วกินใจมาก
ลองอ่าน..และซึมซาบความรู้สึกอย่างช้าๆ

*
*

ในวันแต่งงานของผม
ผมจูงมือภรรยาของผม..ไว้ในอ้อมแขน
รถแต่งงาน..จอดหน้าที่พักของเรา
เพื่อนเจ้าบ่าวบอกผมว่า..
ผมควรจะอุ้มเธอ..เข้าไปในบ้าน
ดังนั้น ผมจึงทำตาม
เธอเขินอาย..ในอ้อมแขนผม
ผมช่างเป็นเจ้าบ่าวที่มีความสุข..ที่สุดในโลก
นี่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว..สิบปี

ในวันถัดๆ มา..ทุกอย่างก็เหมือนเดิม
เรามีลูกด้วยกัน...
ผมทำงานอย่างหนัก..เพื่อที่จะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว

เมื่อเราเริ่มมีฐานะ..ที่ดีขึ้น
ความห่างของเรา..ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทุกๆ เช้า..เราออกจากบ้านไปด้วยกัน
แล้วก็ถึงบ้าน..เวลาเดียวกัน
ลูกของเรา..เรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน
ดูเหมือนความรักของเรา..ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก

แต่แล้ว..
ความสงบสุข..ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง..อย่างมิได้คาดหมาย

เจน..เข้ามาในชีวิตของผม
ผมยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน
เจนเข้ามาสวมกอดผม..จากด้านหลัง
หัวใจผมเต้นแรง..ด้วยความรัก

ที่นี่เป็นอพาร์ตเมนท์..ที่ผมซื้อให้เธอ
เธอบอกว่า..
คุณเป็นผู้ชาย..ที่ผู้หญิงทุกคนถวิลหา

คำพูดของเธอ..ทำให้ผมนึกถึงภรรยาผม
ตอนที่เราแต่งงานกันใหม่ ๆ
เธอบอกว่า..
วันที่คุณประสบความสำเร็จ..ผู้ชายอย่างคุณ..จะมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้ามาหา

ผมเริ่มรู้สึกลังเล...
ผมรู้ว่า..ผมกำลังทรยศต่อภรรยาผม
แต่ผมก็ได้ทำลงไปแล้ว
ผมปลีกตัว..ออกจากเจน
"วันนี้คุณไปเลือกเฟอร์นิเจอร์เองแล้วกันนะ.. ผมต้องเข้าออฟฟิศ"

แน่นอน... เธอไม่ค่อยพอใจนัก
เพราะผมสัญญากับเธอว่า..เราจะไปด้วยกัน
ในตอนนั้น...ความรู้สึกถึงการหย่าร้าง
เริ่มวิ่งเข้ามาในความคิดผม
ทั้งที่จริงๆ แล้ว..ผมไม่เคยมีความคิดนี้เลย
แม้แต่ครั้งเดียว

แต่ผมก็พบว่า..
เป็นเรื่องยาก..ที่จะบอกกับภรรยาของผม
ไม่ว่า..ผมจะพูดกับเธอดีสักเพียงใด
เธอจะต้องเจ็บปวดใจ..อย่างแน่นอน

จริงๆ แล้ว..เธอเป็นภรรยาที่ดีมาก
ทุกๆ เย็น..เธอจะวุ่นวายกับการทำอาหาร
ในขณะที่..ผมนั่งอยู่หน้าทีวี
ทานอาหารเสร็จ..เราก็นั่งดูทีวีด้วยกัน

หรือ...
ถ้าผมจะเลือกชีวิต..อีกแบบ
นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์
มองเรือนร่างอันงดงาม..ของเจน
ช่างเป็นอะไรที่หน้าฝันถึงเสียจริง
*
*

วันหนึ่ง..
ผมพูดทีเล่นทีจริง..กับภรรยาของผมว่า..
คุณจะทำยังไง..ถ้าเราหย่ากัน
เธอจ้องมองผมอย่างไม่เชื่อ..ในสิ่งที่ได้ยิน
และเธอก็ไม่ได้ตอบว่าอะไร
เธอมั่นใจว่า..การหย่า..เป็นเรื่องที่ไกลตัวเธอมาก
ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่า..
หากเธอรู้ว่า..
เรื่องที่ผมกำลังพูดอยู่นั้น..เป็นเรื่องจริง..เธอจะเป็นอย่างไร

วันหนึ่ง..ภรรยาผมมาที่ออฟฟิศ
สวนทางกับเจน..ที่เพิ่งจะออกไปพอดี
พนักงานทุกคน..ทำหน้าตาเลิ่กลั่ก
เหมือนกำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง..จากเธอ
เธอเหมือนจะรับรู้มันได้
แต่เธอก็ยิ้มน้อยๆ.. กับพนักงานทุกคน
แต่ผมก็สังเกตเห็นแววตาที่เจ็บปวดของเธอ..ภายใต้รอยยิ้มนั้น

ในที่สุด...เจนก็บอกกับผมว่า...
หย่ากับเมียคุณนะ..แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกัน
ผมพยักหน้า.... ผมจะลังเลอีกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

ผมตัดสินใจบอกภรรยาผม..ในอาหารค่ำ
ผมมีอะไรจะบอกคุณ
เธอนั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ
ผมสังเกตเห็น..แววตาอันเจ็บปวดของเธอ
มันทำให้ผม..พูดในสิ่งที่ผมต้องการพูดไม่ออก
แต่ท้ายที่สุด..ผมก็พูดออกไป
ผมต้องการหย่า...

เธอดูไม่ตกใจ..กับสิ่งที่ผมเพิ่งจะพูดออกไปเลย
ผมย้ำกับเธออีกครั้ง
เธอเขวี้ยงตะเกียบในมือทิ้ง
แล้วตะโกนใส่หน้าผมว่า..,
คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย!

เราไม่ได้คุยกันอีกเลย..คืนนั้น
เธอร้องไห้อย่างหนัก
ผมรู้ว่า..เธออยากรู้ว่า..เกิดอะไรขึ้น..กับชีวิตแต่งงานของเรา

แต่ผมเอง..ไม่สามารถหาคำตอบ..ให้กับตัวเองได้
เป็นเพราะ..ใจผมได้ให้เจนไปหมดแล้ว..งั้นเหรอ
ผมคงไม่สามารถบอกเธอ..อย่างนั้นได้
มันจะทำให้ผมรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีก
*
*

ผมร่างสัญญาการหย่าร้างขึ้น
ระบุว่า..เธอเป็นเจ้าของบ้าน..ทุกๆ อย่างในบ้าน
ทั้งรถ... หุ้นบริษัท 30% ผมยกให้เธอหมด

เธอเหลือบมองกระดาษที่ผมร่างขึ้น...แล้วฉีกมันทิ้ง
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น
ผู้หญิงที่ผมอยู่ด้วยมา..เป็นระยะเวลาสิบปี
กลายเป็นคนแปลกหน้ากัน..ภายในหนึ่งวัน
ผมไม่สามารถคืนคำที่ผมพูดไปได้
เธอร้องไห้ด้วยความเสียใจ..อย่างที่สุด

สำหรับผมแล้ว...
การร้องไห้ของเธอ
เหมือนเป็นการปลดปล่อยความสับสน..ของตัวผมเอง
หลังจากที่ผมกลุ้มใจ..กับการตัดสินใจครั้งนี้ของผม
ในที่สุด...มันก็เป็นรูปธรรมขึ้นมาจริง ๆ เสียที

คืนนั้น...ผมกลับถึงบ้านค่อนข้างดึก
เห็นเธอเขียนอะไรบางอย่างบนโต๊ะ
ผมหลับไปอย่างรวดเร็ว..ด้วยความเพลีย

ผมตื่นขึ้นมาอีกที..แล้วพบว่า...
เธอเขียนเงื่อนไขการหย่าร้างว่า..
เธอไม่ต้องการสิ่งใด..จากผม
แต่เธอต้องการให้ผม..ให้เวลาเธอหนึ่งเดือน
เพื่อตั้งตัว..สำหรับการหย่า

และในช่วงระยะเวลาหนึ่งเดือนนั้น
ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามปกติ
ด้วยเหตุผลที่ว่า..
เธอต้องการให้ลูกจบการศึกษา..ซึ่งกำลังจะมาถึงเสียก่อน
เธอไม่อยากให้ลูกต้องเห็น..ความล้มเหลวในการแต่งงาน..ของพ่อแม่
ก่อนเวลานั้น..จะมาถึง

รัชต์.. คุณจำได้มั๊ย...วันที่เราแต่งงานกัน
คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด..ในวันที่เราเข้าเรือนหอ
ผมพยักหน้า..
นั่นเป็น..ความทรงจำที่ดีที่สุดของฉัน
ฉันมีเรื่องขอร้อง...
ฉันอยากให้คุณประคองฉันไว้ในอ้อมกอด
จากห้องนอน..ไปถึงด้านล่างทุกวัน
นับจากวันนี้ไป..จนถึงวันที่เราต้องแยกจากกัน

ผมยอมรับ..ด้วยความเต็มใจ
ผมรู้ดีว่า.. เธอคิดถึงวันดีๆ เหล่านั้น
และเธอต้องการให้ชีวิตการแต่งงานของเธอ
จบลง..ด้วยความทรงจำที่ดี

ผมบอกเจน..ถึงเงื่อนไขที่ภรรยาผมตั้งขึ้น..ในการหย่าร้าง
เธอหัวเราะถึงความไร้สาระ..ของเงื่อนไข

ภรรยาผม..บอกกับผมว่า..
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม..
ฉันจะต้องยอมรับ..ผลของการหย่าร้างให้ได้
คำพูดของเธอ..ทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง
*
*

เราไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัวกันเลย
นับแต่วันที่ผมขอเธอหย่า
ความจริง..เหมือนจะเป็นคนแปลกหน้าต่อกัน..ด้วยซ้ำไป

พอถึงวันที่..ผมประคองเธอลงจากห้อง..วันแรก
มันจึงทำให้ผม..ทำตัวไม่ถูก
ลูกชายของเราตบมือ
แล้วพูดด้วยความดีใจว่า..
ว้าว... วันนี้พ่ออุ้มแม่ลงจากห้องด้วย
มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น
เธอบอกว่า..
อย่าบอกลูกเรา..ถึงเรื่องของเรา
ผมพยักหน้า..ด้วยความรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม
ผมขับรถไปส่งเธอ..ที่ป้ายรถเมล์
แล้วเลยไปออฟฟิศ

วันถัดมา...
ความรู้สึกขัดเขิน..เริ่มน้อยลงไป
เธอซบบนอกผม
เราใกล้ชิดกันมาก..จนผมได้กลิ่นน้ำหอมของเธอ
ผมถึงได้ตระหนักว่า....เธอไม่ใช่เด็กสาวอีกต่อไปแล้ว
เธอเริ่มมีริ้วรอยบนใบหน้า..มากขึ้น

ในวันที่สาม...
เธอกระซิบบอกผมว่า..
สวนกำลังรื้ออยู่..เดินระวังด้วย

ในวันที่สี่...
มันช่างเหมือนกับว่า..เราเป็นคู่รักที่หวานชื่นมาก
ภาพของเจนเริ่มเลือนรางไป

วันที่ห้าและหก..
เธอคอยเตือนผม..ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
เช่น เธอวางเตารีดไว้ที่ไหน
ผมควรจะระวังอะไรบ้าง..ตอนทำอาหาร
และอื่นๆ อีกมากมาย
ความสนิทสนมของเรา..เพิ่มมากขึ้นทุกที
ผมไม่ได้บอกเจน..ถึงเรื่องนี้เลย

ผมรู้สึกว่า..ผมอุ้มเธอง่ายขึ้นทุกวัน
โดยไม่ได้สังเกตถึง..ความเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเลย
หรือบางที..คงเป็นเพราะผมแข็งแรงขึ้น

แต่แล้วผมก็พบว่า..มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด
เป็นเพราะว่า..เธอผอมลง..จนไม่สามารถใส่เสื้อผ้าเดิมได้
นั่นต่างหาก..ที่ทำให้ผมอุ้มเธอได้ง่ายขึ้น

ผมรู้ดีว่า..เธอพยายามซ่อนความขมขื่นเอาไว้
ลูกของเราร้องขึ้นว่า..
พ่อ..ได้เวลาอุ้มแม่แล้วนะ
สำหรับลูกแล้ว...
การได้เห็นพ่ออุ้มแม่..เป็นภาพที่เขามีความสุขที่สุด
เธอเอื้อมมือไปกอดลูกไว้แน่น
ผมทนมองภาพนั้นไม่ได้จริงๆ
ผมกลัวว่า..ผมจะเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้าย

และแล้ว..วันสุดท้ายก็มาถึง
ผมอุ้มเธอไว้..ในอ้อมกอด
เท้าผม..แทบจะก้าวไม่ออก
เธอบอกกับผมว่า...
ความจริงแล้ว...ฉันอยากให้คุณอุ้มฉัน..ไปจนเราแก่เฒ่า
ผมกอดเธอแน่น
และผมก็ตระหนักว่า..
ชีวิตคู่ของเรา..ขาดการดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน

ผมขึ้นรถทันที..เพื่อจะไปยังจุดหมายใหม่
ผมลังเลเล็กน้อย

แต่ในที่สุดแล้ว..ผมก็มาพบเจนจนได้
เธอเปิดประตูออก
ผมบอกเธอว่า..
เจน..ผมขอโทษ...ผมจะไม่หย่า
เธอมองหน้าผม.. แตะหน้าผากผม
คุณสบายดีหรือเปล่า

เจน...ผมขอโทษ..
ผมขอโทษจริง ๆ... ผมจะไม่หย่ากับภรรยาผม
ชีวิตการแต่งงานของเรา..น่าเบื่อ
มันเป็นเพราะ..ผมไม่ได้ให้ความสำคัญ..กับรายละเอียดเล็กน้อย
ผมขาดการเอาใจใส่ในตัวเธอ
มันไม่ได้หมายความว่า..เราไม่ได้รักกัน
ตอนนี้..ผมเข้าใจแล้วว่า..
ตั้งแต่วันที่ผมอุ้มเธอเข้าบ้าน
เธอมีลูกให้ผม
ผมควรจะประคองเธอไปจนแก่

เจน..ตบหน้าผมอย่างแรง
และกระแทกประตูใส่ผม

ระหว่างทางกลับบ้าน
ผมแวะร้านดอกไม้
พนักงานขาย ดอกไม้ถามว่า..
จะเขียนว่าอะไร
ผมให้เธอเขียนว่า...
ผมจะอุ้มคุณทุกเช้า..จนกว่าเราจะแก่



ชิงช้าโบราณ
View full profile