2007/Dec/12

กลับมาแล้ว ต้องขออภัยเพื่อนๆ ทุกๆ ท่านด้วยที่หายไปเสียนาน สงสัยจะลืมตอนเก่ากันไปแล้ว หากใครลืม ก็ลงย้อนกลับไปทบทวนตอนเก่าๆ ก่อนกันได้นะคะ แล้วเจอกันใหม่ ช่วงนี้จะพยายาม update ถี่หน่อยแล้ว..:)

---------------------- 

ทศชาติชาดก
เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี
ตอนที่ 30

วันรุ่งขึ้นบุรุษนั้นจึงได้ออกเดินทางไปเข้าเฝ้าพระราชา หลังจากได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้เข้าเฝ้าพระราชาได้ บุรุษผู้เป็นตัวแทนของชาวปาจีนยวมัชฌคามก็เข้าสู่ท้องพระโรงด้วยความองอาจสง่าผ่าเผย เข้าไปคุกเข่า อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ กราบถวายบังคมพระราชา

ยังไม่ทันจะเงยหน้าขึ้น พระเจ้าวิเทหราชก็รีบตรัสถามว่า

“เจ้ามาจากบ้านปาจีนวยมัชคามหรือ”

“พระเจ้าค่ะ ข้าพระบาทมาจากหมู่บ้านปาจีนยวมัชคาม”

ท้าวเธอทรงแปลกพระทัยไม่น้อย ด้วยทรงดำริว่า

“...เมื่อวานเราเพิ่งจะสั่งให้ทำเชือกพรวนทรายไป นี่แค่เพียงชั่วข้ามคืน ก็มีข่าวมาถึงเราแล้วหรือ”

ครั้นดำริเช่นนี้แล้ว ก็มีรับสั่งถามว่า

“ก็เชือกทรายที่เราสั่งให้พวกท่านฟั่นมานั้น สำเร็จแล้วรึ?”

“หามิได้พระเจ้าค่ะ”

“แล้วบัดนี้ มีอะไรคืบหน้าบ้างล่ะ”   

“ขอเดชะ พระองค์ผู้สมมติเทพ ตามที่พระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พวกข้าพระบาทช่วยกันฟั่นเชือกทรายนั้น บัดนี้พวกข้าพระบาทกำลังเร่งทำตามพระราชประสงค์อย่างสุดกำลังความสามารถ พระเจ้าค่ะ"

“ก็ดี แล้วเจ้ามาเข้าเฝ้าเราด้วยกิจอันใดหรือ”

พระราชาตรัสถามด้วยพระสุรเสียงกึกก้องน่าเกรงขาม จนชายผู้นั้นเริ่มใจไม่ดี

แต่ครั้นนึกถึงคำที่มโหสถเตือนไม่ให้แสดงอาการประหวั่นพรั่นพรึงต่อหน้าพระราชา เขาก็รวบรวมความกล้า แล้วกราบทูลแด่พระราชาว่า

“ข้าพระบาทมาในที่นี่ ด้วยมีเหตุขัดข้องอยู่บางประการ พระพุทธเจ้าข้า”

“เหตุขัดข้องอะไรกัน” 

พระราชาทรงซัก 

“ข้าพระบาทกำลังจะกราบทูลพระองค์ในบัดนี้ พระเจ้าข้า” 

“เจ้ามีอะไรก็ว่ามา”

พระองค์รับสั่งถามด้วยทรงแปลกพระทัย

“คืออย่างนี้พระเจ้าค่ะ...วานนี้พระองค์เพียงแต่รับสั่งให้ฟั่นเชือกทรายมาถวายเส้นหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ทรงกำหนดขนาดให้แน่ชัด ว่าจะให้ฟั่นกี่เกลียว และฟั่นในลักษณะใด

...พวกข้าพระบาทต่างก็ไม่แน่ใจ จึงกลับมาทูลถามขนาดและรูปแบบให้แน่ชัด เพื่อจะได้ทำมาถวายให้ถูกต้องตามพระประสงค์

...ดังนั้น ขอพระองค์ทรงโปรดพระราชทานเชือกทรายเส้นเก่าให้พวกข้าพระพุทธเจ้านำไปดูเป็นตัวอย่างสักคืบหนึ่งก็เพียงพอแล้ว พระเจ้าข้า” 

พระราชาได้ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงเปล่งพระอุทานขึ้นว่า

“เจ้าพูดอะไรกัน! ในพระราชวังของเรายังไม่เคยมีเชือกทรายแม้แต่คืบเดียว เราจะหาเชือกทรายมาให้เจ้าดูเป็นตัวอย่างได้อย่างไรกัน”

ชายผู้นั้นกราบทูลด้วยน้ำเสียงชวนให้สงสารว่า

“ขอพระองค์ทรงโปรดฯชาวปาจีนยวมัชฌคามด้วยเถิด พระเจ้าข้า เพราะหากว่าไม่มีตัวอย่างแล้วไซร้ พวกข้าพระบาทก็คงไม่อาจฟั่นเชือกทรายได้แน่ พระพุทธเจาค่ะ”

พระองค์ได้ฟังดังนั้น แทนที่จะสงสาร พระองค์กลับทรงขุ่นเคืองไม่น้อย ตรัสด้วยพระสุรเสียง ดังกึกก้องเพราะเหตุที่ทรงรำคาญ

“เจ้านี่พิลึกคน ก็เราบอกแล้วอย่างไรล่ะ ว่าไม่มี ไม่มี และก็ยังไม่เคยมีมาก่อนด้วย แล้วเจ้าจะให้เอามาแต่ที่ไหน”

ครั้นท้าวเธอทรงตรัสเช่นนั้น ชายผู้นั้นก็ดีใจว่า

“...เหตุการณ์ทุกอย่างช่างเป็นไปตามแผนที่มโหสถคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด”

จึงทูลถามพระราชาไปตามอุบายของมโหสถว่า

“เมื่อในวังของพระองค์เอง ก็ยังไม่เคยมีเชือกทรายมาก่อน นั่นแสดงว่ายังไม่มีใครได้เคยเล่นชิงช้าพรวนทราย

...หากว่าเป็นเช่นนั้น ข้าพระบาทในนามชาวปาจีนยวมัชฌคาม ใคร่จะทูลถามพระองค์ว่า ที่พระองค์รับสั่งให้ฟั่นเชือกพรวนทรายมาถวายนั้น พระองค์มั่นใจหรือว่าพวกข้าพระบาทจะสามารถนำมาถวายได้จริงๆ พระพุทธเจ้าข้า”

ท้าวเธอทรงอึกอัก ประทับนิ่งอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะรับสั่งถามว่า

“เจ้าช่างย้อนปัญหาได้คมคายนัก ก็ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามาหรือ”

“ขอเดชะ พระบารมีปกเกล้าฯ” 

เขากราบทูลอย่างองอาจ 

“มโหสถบัณฑิต บุตรชายของท่านสิริวัฒกะ เป็นคนส่งข้าพระบาทมากราบบังคมทูลอย่างนี้ พระเจ้าข้า”

ท้าวเธอทรงสดับแล้ว พระหฤทัยก็เต็มตื้นไปด้วยพระปีติโสมนัส ถึงกับตรัสชื่นชมมโหสถสั้นๆ ผ่านชายผู้เป็นตัวแทนว่า

“อ่อ..มโหสถบัณฑิตเองรึนี่ ดีล่ะ เจ้าจงกลับไปบอกมโหสถเถอะว่า เราพอใจในการย้อนปัญหาของเจ้ามาก”

ตรัสดังนี้แล้ว ก็ให้ส่งชายผู้นั้นกลับไปโดยได้พระราชทานรางวัลให้เขาตามสมควร

จากนั้นจึงได้เรียกตัวท่านอาจารย์เสนกะมาหารือ เรื่องที่พระองค์ทรงตัดสินพระทัยที่จะรับมโหสถเข้ามาสู่ราชสำนัก แต่แล้วก็ถูกท่านเสนกะขอร้องให้ทรงยับยั้งเรื่องนั้นไว้ก่อนอีกเช่นเคย เมื่อขัดไม่ได้จึงต้องทรงยอมไปตามนั้น

oooooooooooooooooooo

ส่วนว่าพระองค์จะทรงมีปัญหาอะไรมาทดสอบปัญญามโหสถอีกนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป

เนื้อเรื่องจาก DMC Channel
Reference Link :
http://www.dmc.tv

Comment

Comment:

Tweet


My Dear Friend,

Wish New Year will bring Peace Prosperity & every success on your life & God bless you & your family.

Regards,
Bharat
#1 by * TIBET ARTS * At 2008-01-01 14:28,

ชิงช้าโบราณ
View full profile