ทศชาติชาดก
เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี
ตอนที่ 22
ในเวลานั้น พระเจ้าวิเทหราชกำลังเสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่ท้องพระโรงพระที่นั่งมหาปราสาท ครั้นทรงทราบจากราชองครักษ์ประจำพระองค์ว่า มีชาวปาจีนยวมัชฌคามมาขอเข้าเฝ้าเป็นการด่วน พระองค์ก็รับสั่งให้นำตัวเข้ามาได้ทันที
เจ้าน่ะรึ ที่มาจากปาจีนยวมัชฌคาม
พระองค์มีพระดำรัสถาม
บุรุษผู้เป็นตัวแทนของชาวปาจีนยวมัชฌคามรีบกราบทูลว่า
ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้ามาจากปาจีนยวมัชฌคาม พระพุทธเจ้าข้า
เจ้ามีธุระอันใดกันเล่า
ท้าวเธอตรัสซัก
ขอเดชะ พระบารมีปกเกล้าฯ ตามที่พระองค์ได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้ชาวปาจีนยวมัชฌคาม ช่วยกันวิเคราะห์ท่อนไม้ตะเคียนนั้น บัดนี้พวกข้าพระบาททราบคำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วพระเจ้าข้า
เขาตอบด้วยท่าทีมั่นใจ
เออ ไหนล่ะ เจ้านำมาให้เราดูซิ
ขอเดชะ พระองค์ผู้สมมุติเทพ ด้านที่ได้ทำเครื่องหมายไว้นั้นเป็นโคน ส่วนด้านตรงข้ามเป็นปลาย พระพุทธเจ้าข้า
ว่าแล้วก็ส่งท่อนไม้นั้นให้เจ้าพนักงานที่รอรับอยู่ด้านข้าง เจ้าพนักงานรับท่อนไม้มาแล้ว ก็น้อมเข้าไปถวายให้ท้าวเธอได้ทอดพระเนตรใกล้ๆ
พระเจ้าวิเทหราชทรงปลื้มพระทัยตรัสรับรองด้วยพระสุรเสียงแผ่วเบาว่า
อืมม...ใช่จริงๆด้วย
แล้วทรงรับสั่งถามเขาว่า
เจ้ารู้ปริศนานี้ได้อย่างไร
หามิได้พระเจ้าข้า ข้าพระองค์เป็นเพียงตัวแทนของชาวปาจีนยวมัชฌคามเท่านั้น
แล้วถ้าเช่นนั้น ใครเป็นผู้ไขปริศนานี้
มโหสถกุมาร บุตรของท่านสิริวัฒกเศรษฐี พระพุทธเจ้าข้า
เขากราบทูลขึ้นในทันที
ครั้นทรงสดับว่า มโหสถกุมารเป็นผู้ไขปริศนานี้ พระองค์ถึงกับแย้มพระสรวล ด้วยทรงพอพระราชหฤทัย
จากนั้นจึงมีรับสั่งกับเขาว่า
เจ้าจงกลับไปบอกประชาชนชาวปาจีนยวมัชฌคามของเราว่า เราขอขอบใจสำหรับคำตอบที่ได้ในครั้งนี้ และปรารถนาจะได้ฟังคำตอบในโอกาสต่อไปอีก เอาล่ะ หมดหน้าที่ของเจ้าแล้ว เจ้ากลับไปได้
รับสั่งดังนี้แล้ว ก็ให้นำตัวบุรุษนั้นออกไป ทรงผันพระพักตร์ไปทางท่านเสนกะ ตรัสพลางแย้มพระสรวลไปด้วยว่า
นั่นยังไงละท่านอาจารย์ อย่างไรเสียมโหสถก็ต้องรู้
ทรงรับสั่งเพียงเท่านี้ แล้วก็ปรึกษาหารือท่านเสนกะ ถึงแผนการที่จะทดลองปัญญาของ มโหสถในครั้งต่อไป
นับแต่นั้นมา พระเจ้าวิเทหราชก็ได้ผูกปัญหาส่งไปทดสอบชาวปาจีนยวมัชฌคามอย่างต่อเนื่องมิได้ขาด ทั้งนี้ทรงมีพระราชประสงค์จะวัดปัญญานุภาพของมโหสถบัณฑิตแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ครั้นจะทรงส่งปัญหาไปถึงมโหสถโดยตรง ก็เกรงว่าจะเป็นการจำเพาะเจาะจงจนเกินไป
ดังนั้น จึงได้มอบให้เป็นภาระของชาวปาจีนยวมัชฌคามทุกคนที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกัน แต่นับวันปัญหานั้นก็จะยิ่งทวีความยากขึ้นไปเรื่อยๆ
คราวหนึ่ง พระองค์ทรงรับสั่งให้นำกะโหลกศีรษะของบุรุษและสตรีมา แล้วส่งกะโหลกทั้งสองไปให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามตัดสินว่า กะโหลกไหนเป็นของบุรุษ กะโหลกไหนเป็นของสตรี หากไม่มีใครรู้ ก็จะถูกปรับสินไหม ๑,๐๐๐ กหาปณะ
ชาวบ้านทุกคนพยายามคิดหาหลักเกณฑ์ในการวินิจฉัย แต่แล้วก็จนปัญญาเช่นเคย ยังมองไม่เห็นว่ากะโหลกทั้งสองจะแตกต่างกันตรงไหน จึงพากันไปปรึกษามโหสถ
ในที่สุดก็ได้รับคำตอบว่า กะโหลกที่มีรอยประสานตรงกลางเป็นแสก คือกะโหลกของบุรุษ ส่วนกะโหลกของสตรี จะสังเกตได้ว่ารอยแสกนั้นจะคด ไม่ตรงเหมือนอย่างกะโหลกบุรุษ
ส่วนพระเจ้าวิเทหราช เมื่อได้สดับคำตอบที่ถูกต้อง และมีหลักมีเกณฑ์เช่นนั้น ก็ทรงพอพระทัยเป็นอย่างมาก
ต่อมา พระองค์ก็ทรงส่งงูไปอีก ๒ ตัว พร้อมกับมีพระดำรัสถามว่า งูตัวไหนตัวผู้ งูตัวไหนตัวเมีย ถ้าตอบไม่ได้ จะถูกปรับสินไหม ๑,๐๐๐ กหาปณะอีกเช่นเคย
แต่ถึงกระนั้น มโหสถก็ยังสามารถแยกแยะได้อีกว่า งูตัวผู้นัยน์ตาโต หัวและหางใหญ่ มีลวดลายบนลำตัวต่อเนื่องกัน ส่วนงูตัวเมียนั้น หัวและลำตัวเรียว หางเล็ก นัยน์ตาเล็ก ลวดลายบนลำตัวขาด ไม่ต่อเนื่องกัน
จึงเป็นอันว่าชาวปาจีนยวมัชฌคามสามารถจะไขปัญหายากๆเหล่านั้นได้ เพราะอาศัยปัญญานุภาพของมโหสถนั่นเอง
ooooooooooooooooooooooo
หลังจากผ่านพ้นปัญหาเรื่องงูไป ยังไม่ทันจะข้ามวัน ก็มีปัญหาเรื่องโค ซึ่งช่างท้าทายภูมิปัญญา และชวนให้พิศวงงงวยตามมาติดๆแต่มโหสถบัณฑิตจะแก้ปมปัญหาอย่างไรนั้น โปรดติดตามตอนต่อไป
เนื้อเรื่องจาก DMC Channel
Reference Link : http://www.dmc.tv