2007/Sep/19

ทศชาติชาดก
เรื่องมโหสถบัณฑิต ผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี
ตอนที่ 19

แม้คำชี้แจงของท่านอาจารย์เสนกะ ฟังดูก็พอจะมีเหตุผลอยู่บ้าง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่อาจทำให้ทรงคล้อยตามได้ในทันที พระองค์จึงทรงแย้งว่า

ทำไมจะต้องรออีกเล่าท่านอาจารย์

...ในเมื่อการวินิจฉัยคดีของมโหสถที่ผ่านมา ก็ปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนอยู่แล้วว่า เธอเป็นผู้มีปรีชาสามารถ คู่ควรแก่การยกย่องเชิดชูไว้ในฐานะราชบัณฑิตของเราแล้วนี่นา

ท่านอาจารย์เสนกะฟังพระดำรัสของเจ้าเหนือหัวแล้ว คิดว่า การจะกราบทูลทัดทานลอยๆ เกินไป อาจจะทำให้ทรงขุ่นเคืองพระทัยได้ จึงคิดไตร่ตรองหาช่องทางที่มีเหตุมีผลแยบคายกว่าเดิม เพื่อประวิงเวลาไว้ให้นานที่สุด

ขอเดชะ พระบารมีไม่พ้นเกล้าฯ ตามที่พระองค์ทรงกังวลพระทัยว่าจะเนิ่นนานเกินไปนั้น ข้าพระบาทขอกราบทูลว่า มิได้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน พระเจ้าข้า

ท่านเสนกะยืนยัน

ท้าวเธอจึงทรงรับสั่งถามว่า

อย่างไรกัน ท่านอาจารย์ เราไม่เข้าใจ ไหนท่านลองแถลงมาให้กระจ่างซิ

อาจารย์เสนกะจึงถือโอกาสกราบทูลว่า

ขอเดชะ ปวงปราชญ์แต่โบราณกาลมา ล้วนเห็นพ้องต้องกันว่า

ช้าเป็นการ นานเป็นคุณ ธรรมดาว่าการงานที่เร่งด่วนเกินไป โดยมิได้ไต่ตรองให้รอบคอบเสียก่อน ย่อมมีโอกาสผิดพลาดพลั้งเผลอได้ง่าย และจักเป็นเหตุให้ล่าช้าในภายหลัง

...ส่วนการงานที่วางแผนอย่างรอบคอบแต่ต้น แม้ว่าจะใช้เวลาคิดอ่านนานสักหน่อย แต่ย่อมจะให้ผลที่น่าพอใจในที่สุด พระเจ้าข้า

ท้าวเธอยังไม่ทรงพอพระทัย ตรัสถามด้วยพระสุรเสียงดังกึกก้องไปทั่วท้องพระโรงว่า

ท่านอาจารย์ท่านหมายความว่า จะให้เรารอไปเรื่อยๆ น่ะหรือ

ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า หามิได้พระเจ้าข้า ข้าพระบาทเพียงแต่เห็นด้วยเกล้าว่า พระองค์ควรจะถือโอกาสในระหว่างที่รอคอยอยู่นี้ ทดลองวัดกำลังปัญญาของมโหสถไปด้วย

...ดังที่โบราณาจารย์ท่านกล่าวว่า กำลังม้าทราบได้ด้วยการทดลองความเร็วฝีเท้า กำลังโคอาจทราบด้วยการบรรทุกสัมภาระ

...ส่วนกำลังแห่งบัณฑิตนั้น ย่อมทราบได้ด้วยการงาน พระเจ้าข้า

ท่านเสนกะรีบกราบทูล

ท่านเสนกะทราบพระราชอัธยาศัยดีว่า หากพระองค์ไม่ทรงพอพระทัย หรือไม่เข้าพระทัยสิ่งใด ก็จักทรงทักท้วงขึ้นทันที

ฉะนั้นท่านเสนกะจึงไม่รอให้พระองค์ต้องรับสั่งถาม รีบกราบทูลชี้แจงว่า

การจะวัดกำลังแห่งบัณฑิตนั้น ก็มิใช่เรื่องยากแต่อย่างใด เพราะปรีชาญาณของแต่ละคน ไม่ว่าจะมากน้อยสักปานใด

...แต่ก็อาจจะวินิจฉัยได้ด้วยหลักเกณฑ์ 3 ประการเสมอกัน นั่นคือ ความรอบรู้ ความหลักแหลม และความคมคาย

...แม้มโหสถก็เช่นกัน หากเป็นผู้รอบรู้ หลักแหลม และคมคายเช่นนั้นจริง สมกับที่เป็นบัณฑิตแล้วไซร้ ก็จักสามารถผ่านการทดสอบได้อย่างดี ดั่งทองชมพูนุทที่แม้จะผ่านการทดสอบด้วยวิธีใดๆ ก็ยังคงเป็นธาตุบริสุทธิ์ตลอดกาลทีเดียว พระพุทธเจ้าข้า

ท่วงทีวาจาและศิลปะการอ้างเหตุผลของอาจารย์เสนกะ ยังคงได้ผลดีอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเพียงไม่นานเท่าไร พระเจ้าวิเทหราชก็ทรงคล้อยตามคำของท่านเสนกะจนได้

อืมม... น่าฟังมากท่านอาจารย์ หากจะทดลองให้มั่นใจเสียก่อน ก็ดีเหมือนกัน งั้นก็เป็นอันตกลงตามนั้น แล้วเราค่อยมาคิดปัญหาทดลองกันอีกที

ขอเดชะ เรื่องปัญหาที่จะทดลองนั้น ให้เป็นหน้าที่ของฝ่าพระบาทเอง พระองค์โปรดทรงวางพระหฤทัยเถิด พระพุทธเจ้าข้า

ท่านเสนกะกราบทูลเพื่อให้สมพระทัยของพระเจ้าวิเทหราช

และแล้ววันหนึ่ง ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามต้องตื่นตระหนกตกใจกันไปถ้วนหน้า เมื่อมีพวกราชบุรุษจากราชสำนักมาปรากฏตัวขึ้นที่หมู่บ้าน

พวกเขานำข่าวสารเร่งด่วนมาพร้อมกับท่อนไม้ตะเคียนกลมยาว 1 คืบ อันเป็นวัตถุแห่งปัญหา ครั้นแล้วจึงป่าวประกาศพระบรมราชโองการให้ชาวเมืองได้รับทราบว่า

ชาวบ้านปาจีนยวมัชฌคามทุกคนจงฟัง พระเจ้าวิเทหราช เจ้าเหนือหัวแห่งมิถิลานคร ใคร่จะทราบว่า ท่อนไม้ตะเคียนนี้ ทางไหนเป็นโคน ทางไหนเป็นปลาย

...ทั้งนี้ให้นำคำตอบกลับมาแจ้งแก่เราโดยเร่งด่วน ภายในระยะเวลาชั่ววันหนึ่งกับอีกคืนหนึ่ง อย่าให้เกินกว่านั้น มิเช่นนั้น จะต้องถูกปรับเป็นพินัยหลวงถึง 1000 กหาปณะ

ปัญหาครั้งนี้ เกิดขึ้นจากบุคคลต้นคิดคืออาจารย์เสนกะเพื่อทดลองปัญญาของมโหสถโดยเฉพาะ เป็นปัญหาที่ตั้งขึ้นอย่างมีเงื่อนไข คือถ้าแก้ไม่ได้ ก็จะต้องถูกปรับมากมายเดือดร้อนกันถ้วนหน้า

ooooooooooooooooooooooooo

แล้วมโหสถจะแก้ปัญหานี้อย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป

เนื้อเรื่องจาก DMC Channel
Reference Link :
http://www.dmc.tv

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
1000 กหาปณะ นี่ประมาณเท่าไหร่หว่า
ฟังๆแล้วเหมือนจะเยอะมากนะเนี่ย -*-
ได้ไปค้น เกี่ยวกับกหาปณะ เมื่อเทียบกับเงินบาท
ได้ความว่า 1 กหาปณะ เท่ากับ 4 บาท แต่หากตีราคา 4 บาทในปัจจุบัน ก็หาใช่ไม่

เทียบเคียง 1 กหาปณะ กับน้ำหนักทองคำแท้ จะได้เท่ากับน้ำหนักของ 20 เล็ดข้าวเปลือก นั่นแหละคือ 1 กหาปณะค่ะ ลองไปชั่งกันดูซิ จะราคาเท่าไหร่กันเนี่ย
#2  by  丽丽 ~ ชิงช้าโบราณ At 2007-09-19 12:14, 
อืม..เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจริง
#3  by  MayaKniGht At 2007-09-19 13:16, 
อ้าวววววววววววว...

สนุกดีค่ะ เคยอ่านแต่นิทานมหาชาดก นานแล้วที่ไม่ได้อ่านอะไรที่ มีเหตุและผลแบบนี้ ชอบ สามารถนำมาปรับใช้ในเหตุการณ์ปัจจุบันได้ ทยอยเอามาลงสั้นๆ อย่างนี้ให้ก็ดีค่ะ อ่านซะเพลินเลย พอจบแล้ว เลยร้อง

อ้าวววววววว.. จบซะแล้ว
#4  by  นางสาวความสุข At 2007-09-19 20:46, 
น่าสนใจครับ เป็นความรู้ได้อีกศาสตร์หนึ่ง
#5  by  ภูริ At 2007-09-20 13:00, 

<< Home


ชิงช้าโบราณ
View full profile