ทศชาติชาดก
เรื่องมโหสถบัณฑิตผู้ยิ่งด้วยปัญญาบารมี
ตอนที่ 14
นายโฆลกาล เมื่อรู้ว่าตนถูกหลอกพาภรรยาหนีไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้น ก็เร่าร้อนใจตะโกนก้องว่า
พวกแกจะพากันหนีไปไหน คอยข้าด้วย กลับมารับข้าก่อน
ได้แต่วิ่งกลับไปกลับมาบนฝั่งอยู่อย่างนั้น
เมื่อนึกถึงภรรยาสุดที่รักที่กำลังถูกชิงตัวไป จึงรีบวิ่งลงไปในน้ำไปได้หน่อยหนึ่งก็กลับขึ้นมาอีกเพราะความกลัว ครั้นรวบรวมความกล้าได้อีกครั้ง ก็รีบวิ่งลงไปในแม่น้ำอีกหนด้วยความโกรธ กระโจนลงไปด้วยปลงใจว่าจะเป็นหรือตายก็ช่างเถิด ขอเพียงให้ได้ภรรยาคืนมา
เมื่อลงไปในแม่น้ำเข้าจริงๆ ถึงรู้ว่าน้ำตื้น จึงรีบวิ่งลุยตะกุยตะกายข้ามแม่น้ำติดตามไปโดยเร็ว พอทันคนทั้งสองเข้าจึงตะโกนด่าว่า
นี่แน่ะ อ้ายโจรร้าย แกจะพาเมียข้าไปไหน
นายทีฆปิดฐิกล่าวตอบว่า
แน่ะ อ้ายถ่อยแคระเตี้ยเมียแกที่ไหนเล่า เมียข้าต่างหาก
กล่าวดังนี้แล้วก็เอามือผลักนายโฆลกาลให้ล้มกลิ้งไป
นายโฆลกาลรีบลุกขึ้นจับมือทีฆตาลาแล้วกล่าวว่า
เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวๆ นี่เธอจะไปไหน ฉันทำงานมาถึง ๗ ปี จึงได้เธอมาเป็นเมีย แล้วเธอจะมาหนีฉันไปดื้อๆ ทำอย่างนี้จะได้ไง
ยื้อแย่งอยู่กับภรรยาของตน ทั้งเดินทะเลาะไปกับนายทีฆปิดฐิ จนมาถึงที่ใกล้ศาลา ของมโหสถบัณฑิต
มโหสถบัณฑิตจึงถามมหาชนที่มาประชุมกันฟังธรรมอยู่ในที่นั้นว่า
นั่นเสียงอะไรกัน
สดับความนั้นแล้วจึงให้เรียกคนทั้งสองเข้ามา ได้ฟังวาจาที่โต้ตอบกันแล้ว จึงกล่าวว่า
เราจะวินิจฉัยความให้ เจ้าทั้งสองจะตั้งอยู่ในคำตัดสินของเราหรือไม่
ครั้นคนทั้งสองแสดงความจำนงยอมรับความอารี มโหสถบัณฑิตจึงเอ่ยถามนายทีฆปิดฐิก่อนว่า
เจ้าชื่ออะไร
ข้าพเจ้าชื่อทีฆปิดฐิ
เขาบอกชื่อของเขาตามความจริง
ก็ภรรยาของเจ้าชื่ออะไร
เมื่อยังไม่รู้จักชื่อของนาง นายทีฆปิดฐิก็บอกชื่อที่ตนนึกขึ้นได้ในขณะนั้น
พ่อแม่ของเจ้าชื่ออะไร
นายทีฆปิดฐิก็บอกชื่อคนอื่นแทน
พ่อแม่ของภรรยาของเจ้าละ ชื่ออะไร
เมื่อยังไม่รู้จัก นายทีฆปิดฐิก็บอกชื่อคนอื่นแทนเรื่อยไป
ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตจึงให้คนของตนบันทึกถ้อยคำนั้นไว้ แล้วให้นายทีฆปิดฐิออกไป ให้เรียกนายโฆลกาลเข้ามา ถามชื่อของคนทั้งปวงโดยนัยก่อนนายโฆลกาลรู้จักคนทั้งหมดเป็นอย่างดี ก็บอกไปตามความเป็นจริง
ครั้นแล้ว มโหสถบัณฑิตก็ให้นายโฆลกาลออกไป ให้เรียกทีฆตาลามาถามว่า เธอชื่ออะไร
ฉันชื่อทีฆตาลา
เธอกล่าว
สามีของเธอชื่ออะไร
เมื่อยังไม่รู้จัก ทีฆตาลาจึงบอกชื่อคนอื่นแทน
พ่อแม่ของเธอชื่ออะไร
ทีฆตาลาก็บอกชื่อพ่อชื่อแม่ของเธอตามเป็นจริง
พ่อแม่ของสามีของเธอละ ชื่ออะไร
เมื่อยังไม่รู้จักชื่อ ทีฆตาลาก็บอกชื่อคนอื่นแทน
มโหสถบัณฑิตให้เรียกนายทีฆปิดฐิและนายโฆลกาลมาแล้วถามมหาชนว่า
ถ้อยคำของทีฆตาลาตรงกันกับคำของนายทีฆปิดฐิ หรือว่าตรงกับคำของนายโฆลกาล
มหาชนตอบว่า
ถ้อยคำของทีฆตาลาตรงกับคำของนายโฆลกาล
มโหสถบัณฑิตจึงกล่าวว่า
นายโฆลกาลเป็นสามีของทีฆตาลา นายทีฆปิดฐิเป็นโจร
ครั้นแล้วจึงถามนายทีฆปิดฐิว่า
เจ้าเป็นโจรใช่ไหม
นายทีฆปิดฐิจึงต้องรับสารภาพว่าตนเป็นโจร
นายโฆลกาลเมื่อได้ภรรยาของตนกลับคืนมา ก็ดีใจเหมือนดังว่าได้นางแก้วกลับคืน เกิดความรู้สึกซาบซึ้งในพระคุณของมโหสถบัณฑิตเป็นอย่างยิ่ง ได้กล่าวชื่นชมมโหสถบัณฑิตอย่างมากมาย แล้วก็พาภรรยากลับไป
จากนั้นมโหสถบัณฑิตก็ได้กล่าวเตือนนายทีฆปิดฐิว่า
จำเดิมแต่นี้ไปเจ้าอย่าทำอย่างนี้อีก
ครั้นให้โอวาทเสร็จแล้วจึงปล่อยตัวไป
ฝ่ายอำมาตย์ผู้เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่โดยตลอด ได้ให้ทูตส่งสาส์นทูลเรื่องนี้แด่พระราชาตามความเป็นจริง พระเจ้าวิเทหราชครั้นได้สดับเรื่องทั้งหมดแล้ว ก็ตรัสถามเสนกปุโรหิตว่า
ท่านอาจารย์เสนกะ เราควรนำบัณฑิตนั้นมาได้หรือยัง
อาจารย์เสนกะทูลว่า
ข้าแต่มหาราช คดีเรื่องนายโฆลกาลใคร ๆ ก็วินิจฉัยได้ บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นบัณฑิตด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ขอให้ทรงรอไปก่อนเถิด
อุปนิสัยแห่งความเป็นคนตระหนี่ อิจฉาริษยา เริ่มปรากฏอย่างชัดเจนกับอาจารย์เสนกะ ช่วงแรกก็พรรณนาคุณของพระโพธิสัตว์มากมายแต่ภายหลังเกรงว่าตนจะหมดความสำคัญ จึงคิดกีดกันพระโพธิสัตว์ไปเสียทุกเรื่อง
อุปนิสัยอิจฉาริษยานี้ มีวิบากกรรม คือเมื่อไปเกิดในชาติต่อไปจะทำให้เป็นคนอาภัพ อับวาสนา มียศศักดิ์น้อยด้อยราคา จะแก้ได้ก็ด้วยการแสดงมุทิตาพลอยยินดีกับผู้อื่นที่เขาได้ดีมีสุข จึงควรรีบแสดงความยินดีต่อผู้อื่นในทันทีที่เขาประสบความสำเร็จ อย่าทันให้ความริษยาเข้าครองใจ
นี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแห่งการสร้างปัญญาบารมีของมโหสถบัณฑิตเท่านั้น ยังมีเหตุการณ์อีกมากมาย ที่เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงสติปัญญาอันชาญฉลาดของพระโพธิสัตว์อีกทั้งความเป็นไปทั้งหมดก็อยู่ในสายพระเนตรของพระราชาตลอด
oooooooooooooooooooooo
พระองค์จะต้องรออีกนานแค่ไหนถึงจะได้มโหสถบัณฑิตเข้ามารับราชการเรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป
เนื้อเรื่องจาก DMC Channel
Reference Link : http://www.dmc.tv