สิ่งใดนำออก สิ่งนั้นเป็นของเรา
บัณฑิตในกาลก่อนกล่าวว่า เมื่อเรือนถูกไฟไหม้ ภาชนะใดที่เจ้าของนำออกไปได้ ภาชนะนั้นย่อมเป็นประโยชน์แก่เขา ส่วนสิ่งของที่มิได้ขนออกไป ย่อมถูกไฟไหม้ฉันใด
โลก (สังขารโลก สัตว์โลกและโอกาสโลก) ถูกชราและมรณะเผาแล้วก็ฉันนั้น ควรนำออกด้วยการให้ทาน เพราะทานที่บุคคลให้แล้ว ชื่อว่านำออกดีแล้ว
พระเดชพระคุณหลวงพ่อเคยให้โอวาทไว้ว่า เราจะมีชีวิตในโลกนี้อีกไม่นานเท่าไร เดี๋ยวก็วัน เดี๋ยวก็คืน เดี๋ยวหมดเวลาไปแล้ว จึงควรใช้วันเวลาและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างบารมี
สิ่งใดที่เราให้ คือนำออกด้วยการบริจาค ฝากฝังไว้ในวัตถุอันเลิศ คือทักขิไณยบุคคล สิ่งนั้นก็เป็นของเรา สิ่งอะไรที่เรายังไม่ให้ ไม่ได้บริจาค ยังไม่ได้นำออก มันก็ยังไม่ได้เป็นของเรา เหมือนไฟไหม้บ้าน เพิ่งไหม้บานประตู หน้าต่าง เรานำตู้ โต๊ะ เตียง ตั่ง เสื้อผ้าออกมาได้แค่ไหน เราก็นำไปใช้ได้แค่นั้น ส่วนไหนเราไม่ได้นำออกมา ก็ถูกไฟไหม้ไป เอามาใช้ไม่ได้
ชีวิตก็ถูกความแก่ ความเจ็บ ความตาย ประดุจไฟที่เผาลนเราอยู่ตลอดเวลา เรือนกาย เรือนใจนี้ จึงมีแต่วันเสื่อมสลายไปเรื่อย เพราะฉะนั้น สิ่งใดที่เราได้นำออก สิ่งนั้นจะเป็นของเราอย่างแท้จริง
จากหนังสือ ร่าเริง บันเทิงใจ ด้วยสัมโมทนียกถา เล่ม ๒
โดยพระไพบูลย์ ธัมมวิปุโล
คือทุกข์ประจำ