หลวงพ่อตอบปัญหา
ตอน เกิดมาทำไม
คนเราเกิดมาทำไมกันครับหลวงพ่อ ?
ก่อนอื่น คุณควรเข้าใจให้ถูกในเรื่องโลกและชีวิตเสียก่อนว่า
๑. คนเราตายแล้วไม่สูญ ตายแล้วยังต้องเกิดอีกนับชาติไม่ถ้วน ตราบใดยังปราบกิเลสในตัวเองยังไม่หมดก็ยังต้องเกิดอีก
๒. กรรมดีกรรมชั่ว ทำแล้วมีผลแน่นอน และจะส่งผลทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ไม่หายไปไหน
๓. นรก สวรรค์มีอยู่จริง
เมื่อทำความเข้าใจถูกต้องถึงจุดนี้แล้ว เรื่องแรกที่เราควรนึกถึงก็คือ ทำอย่างไรจึงจะปิดนรกให้ตัวเองได้ หรือมีทางใดบ้างที่เมื่อตายไปแล้ว จะทำให้ไม่ตกนรก และมีแต่สุคติเป็นที่ไป
คุณถามว่าคนเราเกิดมาทำไม ตอบแบบรวบรัดว่า คนเราเกิดมาเพื่อพัฒนาตนเอง เพื่อยกระดับจิตใจของตนให้สูงขึ้น และเพื่อสั่งสมบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตามลำดับ เมื่อบุญบารมีเต็มส่วนแล้ว ก็จะสามารถปราบกิเลสในตัวได้หมด พ้นจากทุกข์อย่างถาวร เข้าพระนิพพานตามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ในที่สุด เป้าหมายสุดท้ายของมนุษย์ทุกคนเป็นอย่างนี้ แต่คนเราโดยมากมักจะไม่ค่อยรู้กัน
คุณเองก็เช่นกัน ในขณะนี้คุณยังไม่ได้บวช ยังต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ ดูแลครอบครัวอยู่ จึงจำเป็นจะต้องมีแนวทาง หรือหลักในการดำรงชีวิตอยู่ในโลก ซึ่งมีอยู่ ๔ ประการ ดังนี้
๑. มีสัจจะ คือ ต้องเป็นคนจริง คนตรง ซื่อสัตย์ คนส่วนมากในสังคมปัจจุบันมีนิสัยชอบโกหก พูดไม่จริง พูดเหลาะแหละเอาตัวรอดไปวันๆ จนไม่น่าเชื่อถือ เราต้องไม่เป็นคนอย่างนั้น ต้องเป็นคนตรงและจริงต่อหน้าที่ จริงต่อการงาน ตรงต่อเวลา จริงใจและซื่อสัตย์ต่อบุคคลอื่น และจริงต่อหลักธรรมตลอดจนคุณความดีต่างๆ ความไม่เหลาะแหละเหลวงไหล จะช่วยลดความหวาดระแวงของผู้อื่นลงได้ ทำให้เราเป็นคนมีเครดิตดี มีความน่าเชื่อถือ เป็นผู้เดินอยู่บนหนทางแห่งเกียรติยศตลอดชีวิต
๒. ต้องหมั่นฝึกฝนตนเอง ด้านการงานอาชีพต้องฝึกฝีมือให้พัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ จากคนธรรมดาที่ช่วยตนเองได้ เลี้ยงตัวรอด เป็นคนมีฝีมือเชี่ยวชาญ เฉลียวฉลาด ทันโลกทันคน รวมทั้งสามารถหยุดตนเองไม่ให้ถลำลงสู่ความชั่วได้ และเมื่อกิเลสกำเริบ ก็ให้สามารถข่าใจตนเองได้ ไม่ทำอะไรที่ไม่สมควร นี้คือหนทางแห่งปัญญา
๓. มีความอดทน อดกลั้น ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ว่าต้นเหตุจะมาจากเหตุภายนอกหรือเหตุภายใน กล่าวคือสามารถทนต่อความลำบากตรากตรำจากสายลมและแสงแดด ทนร้อน ทนหนาว ทนต่อความเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บปวด ทนต่อการกระทบกระทั่งเจ็บใจจากคนอื่นได้
แม้ในที่สุด ทนต่อความยั่วเย้าอารมณ์จากกิเลสในใจเราได้ ใครที่ทนต่อสิ่งเหล่านี้ได้ ย่อมเป็นคนแข็งแกร่ง บุคลิกสง่างาม ทำการงานใหญ่ให้สำเร็จได้ นี้เป็นหนทางของการได้ทรัพย์
๔. สามารถสละอารมณ์บูดเน่า สละความตระหนี่ออกจากใจได้ เป็นคนมีอารมณ์แจ่มใสเป็นปกติ มีความเอื้อเฟื้อต่อผู้อื่นเป็นนิจ เป็นที่รักของมหาชน ผู้ที่ปฏิบัติตนได้อย่างนี้ จะทำให้มีผู้อื่นช่วยเหลือกิจการงาน และคอยป้องกันเหตุเภทภัยต่างๆ ให้ นี้เป็นหนทางการได้มิตร
หากผู้ใดสามารถประพฤติปฏิบัติตามหลัก ๔ ประการนี้ได้แล้ว ก็จะรู้ว่าชีวิตมีค่า คือทำประโยชน์ได้ และแม้จะไม่รู้ว่าเป้าหมายสุดท้ายของชีวิตมนุษย์คืออะไร ถึงเวลาก็จะบรรลุถึงเป้านั้นเอง เพราะได้เดินเข้ามาตามเส้นทางที่ถูกต้องนี้แล้วตามลำดับ
อ้างอิงจากหนังสือหลวงพ่อตอบปัญหา
โดยพระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทัตตชีโว)